บทที่ 9 บทที่ 8 ข่าวลือ
บทที่ 8 ข่าวลือ
“ริษาไปไหน?”
“เธอลาครับบอกว่ามีธุระด่วนมาก”
กุณณกันต์เงยหน้าขึ้นสบตาคนที่มารายงานว่าเลขาส่วนตัวของเขาลากลับบ้าน และนั่นยิ่งทำให้นักธุรกิจหนุ่มหัวเสียอย่างหนัก ไม่ใช่เหตุผลเขารู้ดี อริษาถ้าเธอไม่ป่วยหนักชนิดที่ว่าโงหัวไม่ขึ้นเธอไม่มีวันทิ้งงาน!
“เธอเตรียมไฟล์ที่ต้องใช้ในการประชุมไว้แล้ว แต่เท่าที่ผมตรวจดู คุณกันต์ไม่น่าจะใช้ได้ เรายังพอมีเวลาเหลือชั่วโมงหนึ่งครับ” นันท์รายงานตามจริง เพราะแม้ว่าเขาจะเป็นเลขาลำดับหนึ่ง แต่พวกเรื่องเอกสารหรือไฟล์งาน ห้าปีมานี้เขาแทบจะไม่ได้แตะมันเลยเพราะอริษาจัดการหมดทุกอย่าง
ทุกครั้งถ้าอริษาจะลางานเธอจะต้องบอกล่วงหน้า หรือแม้แต่กระทั่งไม่สบายเธอก็จะมาทำงานด้วยสภาพระโหยโรยแรงเพราะเธอกลัวว่าเขาจะไม่มีข้อมูลในการประชุมกับพวกคนอื่น ๆ แต่นี่ทิ้งไปแบบนี้ไม่มีทาง! ไม่ใช่นิสัยเลขาส่วนตัวของเขาแน่นอน!
“คุณริษาให้ดิฉันมาทำแทนก่อนค่ะ”
“ต่อสายหาริษา! และเธอออกไป!”
สิ้นคำประกาศิตของเจ้านายหนุ่ม คนที่มารับหน้าที่แทนอริษาถึงกับสะดุ้งโหยงก้าวขาขวิดออกจากห้องแทบไม่ทัน นันท์กดต่อสายหาเลขาอันดับสองเธอไม่รับ สายที่สองตัดสายทิ้ง และสายที่สามปิดเครื่อง
“ยกเลิกการประชุม!”
ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงาน พนักงานแต่ละคนที่เห็นใบหน้าถมึงทึงของท่านประธานใหญ่แล้วก็ไม่มีใครกล้าที่จะสบตาเลยสักคนเดียว
“แกว่าไหมฉันว่าท้องชัวเมื่อวานก่อนนะเห็นไปโก่งคออาเจียนอยู่ที่ห้องน้ำชั้นหนึ่ง โอ๊ย! ป้าทำความสะอาดบอกว่ายัยเลขาหน้าหยิ่งนั่นมาอ้วกวันล่ะสี่ห้ารอบเชียวนะ”
“ฉันก็เห็นนะ! คนเคยตัวบาง ๆ แต่ตอนนี้เอวหนาอยู่นะ กาแฟที่เคยกินทุกวันก็ไม่กินแล้ว ฉันว่าท้องชัว! คนติดกาแฟอย่างแม่นั่นจะไม่กินได้ไงปวดหัวตายชัก!”
“แต่ติดใจตรงที่ไม่เคยไปไหน วัน ๆ อยู่แต่กับ...เอ่อฉันจะพูดดีไหมอ่ะ ยัยผู้ช่วยเลขามาเม้าท์อยู่นะ ว่าแม่เลขาหน้าหยิ่งนั่นนอนบ้าน เอ่อ ไม่กล้าพูดอ่ะ”
กุณณกันต์หยุดอยู่ที่ตรงหน้าแพนทรีที่เป็นห้องชงกาแฟและที่พักผ่อนหย่อนใจของพนักงานในชั้นนี้ ท่านประธานใหญ่รับฟังสารนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนที่ร่างสูงของนันท์จะค้อมหัวอยู่ตรงหน้า
“ผมจะจัดการไล่ผู้ช่วยเลขาออกวันนี้ครับ ส่วนคนพวกนี้...” นันท์ยังพูดไม่ทันจบเจ้านายหนุ่มก็แทรกขึ้นในทันที
“จัดการให้เรียบร้อย” และร่างสูงของกุณณกันต์ก็เดินผ่านไปโดยเร็ว แม้คำพูดจะเหมือนไม่ยี่หระแกการที่ประธานหนุ่มนิ่งเงียบคนที่อยู่ด้วยกันมานานนั่นรู้ดีว่าพายุลูกใหญ่กำลังก่อกำเนิดขึ้นแล้ว!
ประธานหนุ่มที่ร้อยวันพันปีไม่เคยใช้ทางเดินที่เป็นของพนักงาน แต่วันนี้เขานึกครึ้มใจอยากจะเดินผ่านทางนี้เพราะเร่งรีบที่จะไปตามอริษา และไม่อยากจะเจอผู้บริหารท่านอื่นเพราะเวลาเจอกันก็ต้องหยุดทักทายหลายนาที เพราะเหตุนี้จึงทำให้ได้มารู้เรื่องอะไรบ้า ๆ นี่
หรือเพราะเรื่องนี้คือสาเหตุให้อริษาของเขาลาหยุดกะทันหันเช่นนี้...แต่เดี๋ยวนะ อริษาของเขางั้นหรือ? ประธานใหญ่สะบัดหน้าเพื่อให้ความคิดหยุดออกไปก่อนจะสาวเท้าเดินต่อไปด้วยหัวใจที่ล่องลอย
การไป-มาของท่านประธานใหญ่ปุณณวลี ไม่มีใครรู้เห็นได้ทันว่าตอนนี้ข่าวสารบ้า ๆ พวกนั้นได้ตกถึงหูคนที่อยู่ในหัวข้อสนทนานั่นเรียบร้อยแล้ว
ทุกคนต่างรู้ดีว่าเจ้านายนั้นเกลียดการนินทาว่าร้ายอย่างที่สุด และหากใครสาดโคลนใส่กันหรือเป็นตัวตั้งตัวตีในการบาดหมางและเดือดร้อนมาถึงคนของกุณณกันต์แล้ว เจ้านายหนุ่มจะไม่ปล่อยไปแม้แต่คนเดียว!
“ผมต้องขอโทษคุณกันต์ด้วยครับที่ไม่ได้รายงาน” ทันทีที่ขึ้นรถนันท์เอ่ยขอโทษในทันที
“ฉันจะคิดว่านายเตรียมข้อมูลที่จะบอกฉัน” นันท์เม้มริมฝีปากและสบตากับเจ้านายผ่านกระจกมองหลัง
นันท์ตั้งใจที่จะไม่บอกเจ้านายเพราะตัวเขาเองมองไม่เห็นทางที่จะเป็นจริงได้เลย...นอกจากคืนนั้น และเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาดำดิ่งจากกระจกหลังหัวใจคนเป็นลูกน้องก็หล่นวูบ!
“พูดออกมานันท์...” เลขาลำดับหนึ่งถอนหายใจมือเขาจับพวงมาลัยรถยนต์แน่น
“ริษาก็เหมือนน้องสาวผม ผมอยากจะมั่นใจเสียก่อน” กุณณกันต์เหยียดยิ้มที่จะถอนหายใจออกมา
“นายพูดเหมือนไม่มั่นใจในตัวฉัน” กุณณกันต์แน่ชัดแล้วในบางอย่างโดยไม่ต้องพิสูจน์
“คือผม...”
“นายรู้ที่อยู่ริษาใช่ไหม?”
